บีเอ็ม เบนซ์ เขาขายอะไร?



อยากทราบความเห็นพี่ๆน้องๆ ที่ใช้รถแบรนด์เหล่านี้ครับ ว่า จุดขายรถพวกนี้คืออะไรครับ ราคาแพงมาก แต่เห็นพอใช้ไปซัก5-6ปี อุปกรณ์นู่นนั่นนี่เริ่มเสื่อม สายไฟกรอบ มือจับประตูละลาย โช๊คพัง เบาะกรอบ ฯลฯ คือถ้าของราคาแพง มันก็ควรใช้งานได้ทนทาน นานแสนนานกว่าของที่ราคาถูกกว่าไม่ใช่หรือครับ นี่แค่เทียบกับรถตลาด รถอีโค่คาร์ รถกระบะ รถพวกนั้นทนทานกว่ามากมาย อุปกรณ์ต่างๆ ก็ไม่ค่อยเสื่อมสภาพ เลยอยากรู้ว่า แบรนด์ราคาแพงๆ เขาขายอะไรครับ?
 palm (Palm) BMW Society #4385 13 กุมภาพันธ์ 2559 , 21:36 น.   




 ข้อความที่ 1




ความแรงกับสมรรถนะรถมั้งครับ
 PNN BMW Society #2644 14 กุมภาพันธ์ 2559 07:09 น.


 ข้อความที่ 2




ผมว่าเด่นเรื่องการขับขี่ที่สนุก แต่พวกภายในเยิ้มมีมาตั้งแต่ e36 แล้วครับไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่แก้ไข ของผมที่ไม่เยิ้มอาจจะเป็นเพราะไม่จอดตากแดดหรือเป่าไม่แน่ใจ
 baboon (freetop4430) BMW Society #3827 14 กุมภาพันธ์ 2559 07:25 น.


 ข้อความที่ 3




ผมไม่คิดว่า bm/mb อุปกรณ์ ต่างๆ จะไม่ทนเท่ารถ eco car นะครับ แต่ ถ้าถามว่าเทียบกับสมัยก่อน มันไม่ทนแน่ เคยได้ยินมาว่า ทางยุโรป เน้น สิ่งแวดล้อม และ วัสดุต้องเป็นอะไร ที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมย่อยสลายได้ อันนี้ฟังเขามาอีกทีนะ รถผมก็เคย พลาสติกอะไรมันลอก ส่วนเรื่องอะไหล่พังง่าย อันนี้ คงเป็นเรื่องปกติ และอะไรที่เทคโนเยอะ ซับซ้อน กว่ารถอื่นๆ มันจะพังง่ายและแพง
 steven BMW Society #2455 14 กุมภาพันธ์ 2559 14:40 น.


 ข้อความที่ 4




ที่ว่าแพงส่วนใหญ่มาจากกำแพงภาษีครับ ลองเช็คราคาที่เยอรมันหรือเมกาดูครับ
จะเห็นราคารถใหม่ต่างกับฝั่งบ้านเราเกือบครึ่ง

พอดูราคามือสองจะเห็นได้ว่าลงมาเป็นล้านบาทที่เป็นส่วนต่างครับ

เรื่องอะไหล่ รุ่นใหม่ๆเขาก็ทำมาให้มีอายุที่สั้นลง เพื่อให้ต้องการเปลี่ยนหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์ครับเพราะมีเทคโนโลยีกับเทคนิคที่ไม่สามารถทำเองได้ทุกอย่าง เขาก็ขายสินค้าอื่นๆได้ต่อไปครับ

รุ่นเก่าเทคโนโลยีน้อย ระบบไฟฟ้าน้อย ไม่ค่อยรวน มันก็ไม่ค่อยเสียครับ ก็ซ่อมน้อยหน่อย

ผมว่าอยู่ที่เจ้าของรถด้วยครับ ให้การดูแลบำรุงรักษาตามระยะ เครื่องมันก็อยู่กับเราได้เกินสามแสนกม.ครับ ส่วนอะไหล่ภายในยังไงก็ต้องเปลี่ยนครับ ราคามือสองก็มีให้เลือกมากมาย ไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ(หัวตัด)

ลองใช้ดูแล้วจะเข้าใจว่าไม่อยากกลับไปขับรถตลาด หรืออีโคคาร์ครับ(ถ้าเลือกได้) แต่ในเมืองรถติดๆผมกับชอบอีโคคาร์นะ ขับสบาย สะดวก ประหยัดดีครับ
 เหน่ง (NenGBMW) BMW Society #6084 15 กุมภาพันธ์ 2559 07:20 น.


 ข้อความที่ 5




เมื่อก่อนจุดขายคือ ความเพลิดเพลินในการขับขี่ครับ
ซึ่งสมัยก่อน นังหลับตาในรถเยอรมัน หรือรถญี่ปุ่น
ก็สามารถบอกความแตกต่างคุณภาพของช่วงล่างได้ชัดเจน
แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยี เริ่มทันกันหมดครับ

เลยต้องหาจุดขายที่เพิ่มขึ้นจากเดิม
เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งต้องแลกมาด้วยการดูแลเอาใจใส่พอควร
รวมไปถึงความซับซ้อนของระบบควบคุมเครื่องยนต์
แต่ในปัจจุบัน ผมว่า มันก็มีความจุกจิกไม่น้อยกว่ากันแล้วนะครับ
ระหว่างรถญี่ปุ่น กับรถยุโรป

แต่ในเรื่องของคุณภาพอุปกรณ์ภายใน
รวมไปถึงความคาดหวังจา่กการที่ซื้อรถราคาแพงกว่า
รถตลาดทั่วไปในอัตรา ซื้อ 1 แถม 1
การที่อุปกรณ์เสื่อมเร็ว ก็ถือเป็นข้อบกพร่องครับ
ในความเห็นผม ในมุมมองผู้บริโภค
เข้าข่าย เสียเงินมากกว่า ได้วัสดุคุณภาพด้อยกว่า
ในมุมมองผู้บริโภค
 178 BMW Society #178 15 กุมภาพันธ์ 2559 11:02 น.


 ข้อความที่ 6




ผมมองเรื่องความปลอดภัย ที่วิศวกรเขาออกแบบมา

เอาเรื่องง่ายๆ เลยที่ วิศวกร BMW ออกแบบมาแล้ว ร่วม 20 ปี
แต่ยังไม่เห็น ค่ายรถญี่ปุ่นไหน เลียนแบบบ้าง

นั่นคือ ระบบที่แจ้งเตือนว่าไฟเบรคขาด หรือไฟหลังไม่ติด

ลองคิดดู คุณขบรถตามตูดรถญี่ปุ่นคันหนึ่งที่ ไปเบรคไม่ติด
คุณรู้สึกอย่างไร คิดว่าคุณปลอดภัยไหม ถ้าจะตามคันนี้ต่อไป
นั่นเพราะว่า รถเขาไม่มีระบบง่ายๆ พวกนี้ ไม่มีแจ้ง ทำให้คนขับรถญี่ปุ่นไม่รู้เลยว่าเขากำลังมีความเสี่ยงต่อการถูกชนง่ายๆ โอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที ชีวิตมีความเสี่ยงมากกว่าคนขับรถ BMW ที่เรารู้แม้กระทั้งไฟด้วงไหนขาด ซ้ายหรือขวา เราก็ทำหารแก้ไขก่อนที่ชีวิตเราจะมีความเสี่ยงแบบนี้เกิดขึ้น

ผมว่าระบบพวกนี้ วิศวกรญี่ปุ่นคิดได้ แต่ไม่ใส่เพราะ SAVE COST

อีกระบบที่ผมชอบคือการเตือนว่า ระดับน้ายาหม้อน้ำใน หม้อพัก ลดลง ถึงขีดต่ำสุดที่อาจจะเป็นอันตราย ผู้ใช้ควรหยุดตรวจสอบ ก่อนที่จะเกิด overheat เครื่องพัง โก่ง เสียเงินมากมาย

สรุป ชอบที่ระบบความปลอดภัยครับ

 TRD-E34 BMW Society #257 15 กุมภาพันธ์ 2559 12:39 น.


 ข้อความที่ 7




ขายภาพลักษณ์มั่งคับ ขับรถยุโรป คนอื่นต้องมองว่าเป็นคนมีเงิน สามารถที่จะยอมเสียเงินมากเพื่อแลกกับรถ ทีมีจุดประสงค์การใช้งานเหมือนกัน แถมบางออฟชั่น รถราคาถูกๆกว่าออฟชั่นเยอะกว่าอีกด้วย แน่นอนที่สุด ผมว่าภาพลักษ์ ของคนขับครับ ความเห็นส่วนตัวครับ รถยุโรป รุ่นๆเก่า ทนครับ ทั่งตัวถังและเครื่องยนต์ อี36 ผมใช้มา 18 ปี ไม่เคยมีปัญหาเรื่องตังถัง สี เลย
 Bank BMW Society #721 15 กุมภาพันธ์ 2559 13:11 น.


 ข้อความที่ 8




เพิ่มเติมครับ **แคมรี่ไฟท้ายยาวตัวไมเนอเช้น ปี2002 ไฟท้ายขาดเตือนที่เรือนไม รถนะครับ ที่บ้านเคยใช้

e36 320 coupe m50 ของคุณพ่อผมทุกวันนี้ยังเข้าศูนย์บริการของบีเอ็มอยู่นะครับ ไอ้ที่แพงคือแพงค่าแรงครับ เรื่องราคาอะไหล่พอรับได้ อีกอย่างถ้าเปลี่ยนอะไหล่ในช่วงที่ bm thailand มีโปรโมชั่นก็สามารถรถค่าอะไหล่ได้ถึง 25% กันเลยทีเดียวครับ เมื่อเดือน2015 ผมได้ลดค่าอะไหล่สูงสุด 20% ซ่อมไปราวๆ 8หมื่นกว่าๆ ส่วนลด ลดไปประมาณ หมื่นกว่าบาท

พนักงานศูนย์บอกว่า พี่ๆเปลี่ยนรถรุ่นใหม่ไหม ราคาอะไหล่บีเอ็มรุ่นใหม่ๆถูกกว่า e36 อีก เพราะไม่ต้องเสียเวลานำเข้า และอีกอย่างอะไหล่ของ e36 ไม่ค่อยสตอคอะไหล่ในไทยเท่าไหร่ มันไปอยู่แถวที่ประเทศ มาเล กับ เยอรมันซะส่วนใหญ่

ฝ่ายอะไหล่ บอกกับผมว่า อะไหล่ของ e36 บางตัว ทางบีเอ็มจะไม่แนะนำให้เปลี่ยนทั้งชิ้นอะไรที่สามารถแก้ไขได้ก็แก้ไขให้ลูกค้าเนื่องจากเป็นการช่วยโลกอะไรสักอย่างผมก็จำไม่ได้ ถ้ากรอบนอกยังดีให้เปลี่ยนอะไหล่ไส้ในอย่างเดียวประมาณนี้ครับ
 baboon (freetop4430) BMW Society #3827 15 กุมภาพันธ์ 2559 13:23 น.


 ข้อความที่ 9




Like
 ป๋าหนึ่ง (1ษ3849) BMW Society #3512 15 กุมภาพันธ์ 2559 21:37 น.


 ข้อความที่ 10




เข้าใจผิดแล้วครับ รถสมัยปัจจุบันโดยเฉพาะรถยุโรปออกแบบให้ใช้ได้ในระยะเวลานึงเท่่านั้นเอง วัสดุหลายอย่างต้องรีไซเคิลง่ายย่อยสลายง่าย สีภายในก็เป็นสูตรน้ำ ไม่มีสารระเหย ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้เพราะใช้ไปนานปี จะเห็นได้ว่ามันเริ่มกรอบแตก หลุดหลุ่ยไป ไอ้ที่มันแพงเป็นเพราะภาษีบ้านเราแพง คนจ่ายเงินก็เลยรู้สึกเสียดายถ้าจะต้องเปลี่ยนรถใหม่บ่อย ไม่ทนสมสัดส่วนราคาที่จ่ายไป แต่ต่างประเทศเขากลับมองว่ารถรุ่นใหม่ ปลอดภัยกว่าความประหยัดก็ดีกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เขายอมจ่ายเงินซื้อรถใหม่บ่อยกว่าบ้านเรา
 Khun Nong BMW Society #6008 17 กุมภาพันธ์ 2559 00:42 น.


 ข้อความที่ 11




เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนครับ ปัจจุบันรถยนต์ผลิตตามมาตรฐานยูโร ซึ่งมึหลายระดับ ยิ่งเมืองนอกให้ความสำคัญมากๆ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาก แม้แต่ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนตัวไม่เสียดายครับ แลกกับสมรรถนะและตอบโจทย์การใช้งาน ถ้ามองเรื่องอุปกรณ์ ชิ้นส่วนภายในเป็นเรื่องปกติไปแล้วครับ ที่จะหลุดลอกร่อนเพราะผลิตมาเพื่อให้รีไซเคิลได้ ที่แพงเพราะภาษีครับ มองด้านอนาคตและรักษ์โลกเพื่อลูกหลานกันดีกว่าครับ ทุกวันนี้ก็ร้อนจะละลายแล้ว
 Black_zero BMW Society #649 17 กุมภาพันธ์ 2559 16:12 น.


 ข้อความที่ 12




F30 320i เทียบกับ Camry Hybrid 2012
ผมว่า

F30 ขับเล่นโค้งสนุกกว่า เบรคดีกว่า ขับทางไกล ประหยัดน้ำมันกว่า

Camry Hybrid เบาะนั่งสบายกว่าไม่เมื่อยเมื่อขับทางไกล ขับในเมืองประหยัดน้ำมันกว่า
 h22a BMW Society #1285 17 กุมภาพันธ์ 2559 16:45 น.


User Name Password