X5 E53 4.4L หรือ 3.0L



กำลังมองหามือสองมาใช้ครับ ใครใช้อยู่บ้าง

4.4L หรือ 3.0L จุกจิกกว่ากัน
 Chart (Chart) BMW Society #4373 8 เมษายน 2560 , 08:49 น.   




 ข้อความที่ 1






ของผม 4.4L ค่อนข้างจุกจิกครับ เท่าที่ดูน่าจะมากกว่า E39 ทีใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน
และอะไหล่บางตัวค่อนข้างรอนานครับ

Air Suspension เป็นอะไรที่ปวดหัวที่สุดครับ เปลี่ยนซ้าย ขวารั่ว เปลี่ยนหน้า หลังรั่ว เปลี่ยนครบระบบก็รั่วอีก ^ ^' สุดท้ายทนไม่ไหวเปลี่ยนเป็นสปริงค์ช่วยลดปัญหาได้เยอะครับ

ที่ยังเก็บไว้อยู่เพราะขับแล้วเข้ามือครับ อัตราเร่งดี เกาะถนนเหมือนขับซีดาน รถสูงเห็นถนนได้ไกล ขนของได้เยอะถึงที่เก็บของด้านหลังจะไม่ลึกมากเหมือน PPV แต่พับเบาะแล้วกว้างมากกครับ ^________^

ข้อเสียสำหรับผม มี 2 ข้อครับจุกจิก และซดน้ำมันครับ (ผมไม่เคยขับได้เกิน 6 กม/ลิตร ครับ แต่ส่วนใหญ่จะค่อนไปทาง 4 กว่าๆเพราะเท้าหนัก)
 Numerargentique BMW Society #3797 10 เมษายน 2560 15:21 น.


 ข้อความที่ 2




ขอบคุณมากครับ ได้ข้อมูลดีๆเยอะเลย ^^
 Chart BMW Society #4373 14 เมษายน 2560 13:05 น.


 ข้อความที่ 3




ใครใช้ 3.0 L มาแชร์มั่งครับ
 Chart BMW Society #4373 14 เมษายน 2560 13:06 น.


 ข้อความที่ 4




@Numerargentique

รบกวนถามว่าเปลี่ยนโช๊คสปริงเป็นยี่ห้อ/รุ่นอะไร งบประมาณเท่าไหร่ / เปลี่ยนแล้วเด้งขึ้นกว่าถุงลมเยอะไม๊ครับ (โดยเฉพาะเบาะหลัง เผื่อเจ้าตัวเล็กนั่ง)
 Chart BMW Society #4373 17 เมษายน 2560 13:40 น.


 ข้อความที่ 5




เคยใช้ 3.0 ise Y2002 สีดำ
--------------------------------
3.0 น่าจะจุกจิกน้อยกว่า 4.4.... แต่ก็ถือว่ายังจุกจิกอยู่ จากประสบการณืตรงและในกลุ่มเพื่อนๆที่ใช้ประมาณ 10 คัน

ปัญหาที่พบหลัก
- ถุงลม อันนี้ปัญหาหลัก และเป็นทุกคันแล้วแต่ว่าจะเสียทะลุถึงไหน ส่วนใหญ่จะเริ่มเสียจากถุงลมด้านหน้าซ้ายก่อน แล้วก็ต่อไปด้านอื่น เราก็ซ่อมเฉพาะหน้าซ้าย แต่หลังจากนั้นก็จะเสียด้านอื่นต่อ
การซ่อม ควรเปลี่ยนของใหม่เท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้อะไหล่มือ2 อาจจะหาไม่ได้ถึงหาได้ก็ไม่ควรใช้เพราะ ปัญหามันเกิดจากการรั่วและเสื่อมสภาพของยางและซีล อะไหล่มือ2นั้น ยางมันเสื่อมสภาพหมดแล้ว เพราะรถรุ่นนี้ E53รุ่นใช้ถุงลมตัวสุดท้ายคือปี 2003 ผ่านมาแล้วกว่า 14ปี ยางเสื่อมหมดแล้ว (รุ่นสุดท้ายปี 2004-2006 Minor Change เปลี่ยนเป็นระบบCoil Spring แทนระบบถุงลม)
คำแนะนำ ควรเบิกเปลี่ยนใหม่ทั้ง 4 ต้นพร้อมกัน หรืออย่างน้อยเปลี่ยนคู่หน้าทั้ง2ต้น (ส่วนใหญ่ด้านหลังจะเสียช้าหรือไม่เสียเลย)
***ก่อนอื่นต้องตรวจสอบทั้งระบบก่อนด้วยว่าเสียเฉพาะตัวถุงลมหรือตัวอื่นด้วย โดยไล่เรียงระบบจากปลายไปหาต้น คือ ถุงลม-ปั๊มลม-กล่อง/สมอง บางคันปั๊มลมก็เสีย (ส่วนใหญ่จะเสียแค่ถุงลม ปั๊มกับกล่อง/สมอง ไม่เสีย)
......สำหรับรถผม ผมเปลี่ยนเป็น Coil Springทั้งระบบ โดยเบิกจากศูนย์ให้อู่เปลี่ยน เบิกครบทุกชิ้นแม้กระทั่ง Bolt Nut Washer เบิกของรุ่นปี 2004-2006 Original แท้ ไม่ได้แปลง (ในกรณีที่จะเปลี่ยนเป็นระบบนี้ โช๊คหลัง 2 ต้นไม่ต้องเบิก เพราะใช้โช๊คเดิมติดรถแทนได้เลย)

- Gear Transfer รถรุ่นนี้จะเสียทุกคัน เร็วหรือช้าเท่านั้น สาเหตุที่เจอคือเพลาเฟือง เฟืองจะรูด ทำให้เวลาเร่งเครื่องแต่รถไม่ค่อยวิ่ง เหมือนฟรี ถ้าเป็นหนักๆเฟืองรูดหมด เร่งเครื่องแต่รถไม่ไปเลย
รถผม ตอนนั้นอะไหล่มือ2 ไม่มี เบิกใหม่ก็แพงงงงมาก รอนาน ผมซ่อมโดยการเชื่อมพอกผิวแล้วนำไปกัดเฟืองและเจียระนัยผิว ผลออกมาใช้ได้ดีเลย จบปัญหา
***ตอนนี้เมืองนอกมีทำชุดเฟืองนี้ออกมาขายแล้ว หาในEbay ได้เลย Search "Gear Transfer"

- ความร้อน อันนี้E53 ก็เจอบ่อยครับ
รถผม ตอนซื้อรถมา ผมจับเปลี่ยนใหม่หมด หม้อน้ำ วาล์วน้ำ ท่อยางต่างๆ จบๆครับ

- แอร์ ปัญหานี้คงเหมือนในBMหลายๆรุ่น เปลี่ยนคอมใหม่ก็จบ

- ปัญหาอื่นๆ เหมือนรุ่นE39 เช่น Sensor

โดยรวม ยังเป็นรถที่น่าใช้มาก ณ.ตอนนี้ราคาถูกลงมามาก อะไหล่หัวตัดก็เข้ามาเยอะแล้ว อาการจุดอ่อนของรถก็จับทางได้แล้ว คงไม่มากว่านี้ นอกนั้นเสียตามปกติ ถ้าหารถได้เตรียมงบไว้ซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่สักหน่อย ใช้ยาวๆครับ
*****ถ้าจะหามาใช้ขอแนะนำให้หารุ่นปี 2004-2006 (Minor Change) เป็นCoil Springแล้ว (ระวังรถแปลงเป็น
Coil Spring สังเกตุรถที่บอกว่าเป็น Coil Spring แล้ว ต้องไม่มีปุ่มปรับระดับสูง-ต่ำตัวรถ อยู่ใกล้ๆสวิทซ์เปิดไฟหน้า)
รุ่นMinor Changeนี้ หน้าตาจะหล่อกว่าเยอะ สังเกตุง่ายๆ ที่ไฟหน้าจะเหมือน E46 มีตาตก และ ตายก
*****ถ้าเป็นไปได้ให้หารุ่น ise ออฟชั่นจะดีกว่า เช่น มีSunroof, จอ2Din ดูTVได้, บางคันมีชุดแต่ง Titanium รอบคัน
*****ส่วนรุ่น 3.0 หรือ 4.4 ตามใจชอบเลยครับ
อัตราการบริโภค รุ่น 3.0 ในเมือง 4-5 กม./ลิตร
นอกเมือง 7-8 กม./ลิตร
(เคยใส่ล้อขอบ20" ของ X6 ยางหน้า275 ยางหลัง315 ขับไป320 กม. เติมน้ำมัน 3,200บาท (เบนซิน95) เปลี่ยนใส่ล้อเดิมขอบ18' ดีกว่า 555 )


หมายเหตุ เกิดจากประสบการณ์ตรงครับ บางคันอาจจะไม่มีอาการตามนี้ก็ได้ เอาไว้เป็นข้อมูลในการพิจารณา





 Leela BMW Society #1647 17 เมษายน 2560 14:50 น.


 ข้อความที่ 6




Wowww .... ข้อมูล 3.0L แน่นๆเลยครับ ขอบคุณมากครับ ขอชมรูปรถของทั้งสองท่านเป็นวิทยาทานหน่อยครับ ^^
 Chart BMW Society #4373 17 เมษายน 2560 15:03 น.


 ข้อความที่ 7






ด้วยความยินดีครับพี่ Chart (ผม BOMB CUD’32 ครับ อยู่ในไลน์กลุ่ม CUD Classic Car ครับ ^_______^)
Spring ของผมให้อู่สั่ง Conversion Kit ให้ครับ และขอเอาระบบลมเทิร์นกับอู่ไปเลยเสียไปไม่เท่าไรครับ (ขอโทษด้วยครับผมจำตัวเลขไม่ได้) ส่วนยี่ห้อผมจำไม่ได้เหมือนกันครับ ^ ^’ (ตอนนั้นใจคิดแต่ว่าอะไรก็ได้ขอให้จอดแล้วรถไม่ทรุดเป็นพอ T-T)
ส่วนอาการก็เด้งกว่าระบบลม และเหวี่ยงกว่าเวลาเข้าโค้งครับ สังเกตุความต่างได้ แต่ก็ไม่ได้มากกว่าขนาดรับไม่ได้ครับ

และต้องขอขอบคุณ คุณ Leela ที่มาแชร์ประสบการณ์ครับ
ผมรีบไป search หา Gear Transfer เลยครับว่าคืออะไรกลัวจะเสีย เพราะต้นปีนี้เพิ่งยกเกียร์ไปถ้ามีอะไรเสียอีกคงไม่ไหว T-T
ได้ความว่าน่ะจะเป็น Actuator ของระบบ xdrive ตัว ATC500 รึเปล่าครับ? (ถ้าผมเข้าใจผิดต้องขออภัย)
เลยโล่งใจขึ้นมาหน่อยเพราะของผม M62 ไม่มี xdrive แต่เป็นระบบส่งกำลังหน้า 38% หลัง 62%

สุดท้ายขอฝากรูปรถผมไว้ให้ดูนะครับ (ซ่วงนี้แฟนผมจะเปลียนจากเตะปิกาจู มาเตะผมแทนแล้วเพราะซ่อมรถบ่อยเหลือเกิน) ^______^
 Bomb (Numerargentique) BMW Society #3797 19 เมษายน 2560 01:49 น.


 ข้อความที่ 8




หวัดดีครับน้องบอม พี่ CUD 26 ครับ ^^

ขอบคุณอีกครั้งครับผม

 Chart BMW Society #4373 19 เมษายน 2560 08:04 น.


 ข้อความที่ 9




ด้วยความยินดีครับพี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ^______^
 Bomb (Numerargentique) BMW Society #3797 19 เมษายน 2560 23:07 น.


 ข้อความที่ 10




Like
 Noomai BMW Society #4777 21 เมษายน 2560 10:30 น.


 ข้อความที่ 11




ของผม 4.4 ครับ เปลี่ยนถุงลมหน้า กับ ปั๊มลมมาแล้ว โดยซื้อผ่านทางเว็บครับ

ถุงลมหน้าของ อเมริกา มีความแตกต่างจากของเดิมที่ติดรถมาก เพราะว่าโครงสร้างของถุงลมแตกต่างกัน ส่วนปั๊มลม ต้องซื้อแบบเดิมพร้อมชุดซ่อมมาใส่ครับ

กล่องควบคุมช่วงล่างผมเปลี่ยนของมือสองมาแล้ว ตอนนี้ยังปกติดีครับ

โซ่ทามมิ่ง กับ ตัวดันโซ่ ผมเปลี่ยนมาแล้วครับ เพราะตัวดัดโซ่หัก ทำให้เกิดเสียงผิดปกติที่หน้าเครื่อง โชคดีที่มีเสียงให้รู้ ไม่อย่างนั้นคงต้องยกเครื่องใหม่ทั้งตัว ผมสั่งของจากในเว็บ รวมทั้งยางซีลต่างๆ เพราะบางชิ้นไม่มีในประเทศไทย ศูนย์ก็ต้องรอเช่นกัน ผมจึงสั่งเอง

ปัญหาของผมคือฝาเครื่องผุครับ เพราะอาจจะเกิดจากความร้อน และ อาจจะมีรูรั่วทำให้อากาศเข้าไป จนทำให้มันเริ่มผุ ซึ่งเปลี่ยนมาแล้วหนึ่งรอบ ตอนนี้กำลังหาฝาอีกรอบแล้วครับ

กรองน้ำมันเครื่อง ผมจะหาของ 540 ที่อยู่ใน e39 เพราะมันมีช่องต่อออยคลูเลอร์ได้เลย ไม่ต้องแปลงอะไรครับ แต่ต้องหาที่ติดตั้งออยครับ อาจจะหน้าพัดไฟฟ้า พอมีช่องให้ยึดติด

กินน้ำมัน 5.3 - 5.8 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้า LPG เติม 700 บาท ( 13 บาทต่อลิตร ) ผมจะวิ่งได้ 280 - 350 กิโลเมตรต่อถัง ( 140 - 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ) ใน กทม. จะตกอยู่ที่ 2.5 บาท ต่อกิโลเมตร

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบมาก ถึงมันจะจุกจิกตามอายุของมัน มันเป็นรถที่ดี เกาะถนน ขับสบาย อัตราเร่งเทียบเท่ากับรถรุ่นใหม่ๆได้สบาย ถุงลม เป็นอะไรที่เก็บซับแรงได้ดี แต่ถ้าทางไม่เรียบในโค้งก็ต้องระวัง ระบบของเกียร์ฉลาดพอสมควร เจอทางลาดชันยาวๆ กดเบรคแช่ไว้ แล้วมันจะปรับเกียร์ต่ำให้เอง เล่น + - ได้ดีไม่เปลืองเบรค

ถ้าขับไม่เร็ว 3.0 ก็ประหยัดดีนะครับ ถ้าเทียบกับ 4.4 ครับ
 tangmo (tangmoE53) BMW Society #10261 12 พฤศจิกายน 2560 10:06 น.


 ข้อความที่ 12




ใช้ 4.4 อยู่เชียร์ 4.4 ครับ เครื่องแรงดีมากเหมาะสมกับขนาดตัวรถ
ช่วงล่างเปลี่ยนเป็นคอยล์สปริงได้ที่ Autopart center / 4 ล้อ ห้าหมื่นมีทอน
อะไหล่เครื่องเกียร์ช่วงล่างอื่นๆ มือสอง หาได้ในเวปเรานี้หล่ะครับ
ปัจจุบันติดแก๊ส ในเมืองโลละ 2.5 บาท / นอกเมืองโลละ2 บาทครับ
 MC BMW Society #4748 26 ธันวาคม 2560 11:24 น.


User Name Password